หากคุณยังเชื่อว่า “โลกยังเหมือนเดิม เดี๋ยวทุกอย่างก็กลับมาปกติ” บทความชิ้นนี้ขอทำหน้าที่เป็นนาฬิกาปลุกเรือนใหญ่
ปรากฏการณ์ “Sell America” ที่กำลังถูกพูดถึงในวงกว้าง ไม่ใช่สัญญาณของวันสิ้นโลก และไม่ใช่จุดจบของสหรัฐอเมริกาในชั่วข้ามคืน แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยที่ดังก้องที่สุดว่า “ยุคแห่งความเชื่อใจแบบไร้เงื่อนไข” (Era of Unconditional Trust) ได้สิ้นสุดลงแล้ว ตลอด 70 ปีที่ผ่านมา โลกหมุนด้วยระบบที่สหรัฐฯ เป็นศูนย์กลาง เราเชื่อว่าดอลลาร์คือความมั่งคั่ง เราเชื่อว่าพันธบัตรสหรัฐฯ คือที่ที่ปลอดภัยที่สุด แต่เมื่อ “ความมั่นคงทางการเมือง” ถูกนำมาปะปนกับ “ระบบการเงิน” เมื่อดอลลาร์ถูกใช้เป็นอาวุธ (Weaponization of Finance) ความเชื่อใจนั้นจึงถูกกัดเซาะ นักลงทุนและธนาคารกลางทั่วโลกไม่ได้เกลียดสหรัฐฯ แต่พวกเขากำลัง “กลัวความเสี่ยง” ภาพที่เราเห็นจึงไม่ใช่การทุบหม้อข้าว แต่เป็นการ “ย้ายบ้าน” ของเงินทุน (Capital Migration) จากสินทรัพย์กระดาษที่ผูกติดกับคำสัญญาของนักการเมือง ไปสู่สินทรัพย์ที่จับต้องได้จริง (Hard Assets) อย่างทองคำ หรือการกระจายความเสี่ยงไปยังขั้วอำนาจอื่น
สิ่งที่น่ากลัวกว่าวิกฤตเศรษฐกิจ คือ “กับดักทางความคิด” ของเราเอง หากเรายังมองโลกแบบขั้วเดียว เราจะตกเป็นเหยื่อของการเปลี่ยนผ่านนี้ การมองว่าทองคำแพงเกินไป หรือดอลลาร์ไม่มีวันล้ม อาจทำให้เราปรับตัวไม่ทันในวันที่กฎกติกาโลกถูกเขียนใหม่ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเลิกถามว่า “ตลาดหุ้นจะขึ้นไหม” แต่ต้องเริ่มถามว่า “สินทรัพย์ที่เราถืออยู่ ปลอดภัยจริงหรือเปล่าในโลกที่แบ่งข้าง?” โลกไม่ได้กำลังจะแตก แต่โลกกำลัง “ถ่ายเลือด” ไปสู่ระบบใหม่ที่ซับซ้อนกว่าเดิม และผู้ที่อยู่รอด ไม่ใช่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่คือผู้ที่ “ตาสว่าง” และปรับตัวได้เร็วที่สุด
🌍 ฉากทัศน์ที่เป็นไปได้มากที่สุด (Most Likely Scenarios) ในโลกภูมิรัฐศาสตร์แบบแบ่งขั้ว (Multipolar World) จากข้อมูลปัจจุบันและสัญญาณชีพทางเศรษฐกิจ นี่คือ 3 ฉากทัศน์ที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูงที่สุด โดยเรียงตามความเป็นไปได้
1. ภาวะ “เศรษฐกิจกึ่งสงครามเย็น” (The Fragmented Economy) – โอกาสเกิด 70% นี่คือสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญและจะเป็นต่อไปอีก 5-10 ปี
– การแบ่งค่ายที่ชัดเจนแต่ไม่แตกหัก: โลกจะไม่ได้ตัดขาดกันสมบูรณ์แบบ (Decoupling) เพราะเจ็บหนักเกินไป แต่จะทำแค่ “ลดความเสี่ยง” (De-risking) สหรัฐฯ และยุโรปจะยังค้าขายกับจีน แต่ในสินค้าที่ไม่เกี่ยวกับความมั่นคง/เทคโนโลยี
– ระบบการเงินสองระบบ: ดอลลาร์จะยังเป็นเบอร์ 1 ในการค้าขายกับชาติตะวันตก แต่ในกลุ่ม BRICS และ Global South (เอเชีย, ตะวันออกกลาง, แอฟริกา) จะใช้ “ระบบแลกเปลี่ยนท้องถิ่น” หรือ Local Currencies มากขึ้น โดยมี ทองคำ เป็นตัวค้ำประกันความน่าเชื่อถือ
– ผลกระทบ: ต้นทุนสินค้าทั่วโลกจะสูงขึ้นถาวร (เพราะย้ายฐานการผลิตมาในประเทศพวกเดียวกันที่ต้นทุนสูงกว่า) ทำให้เงินเฟ้อไม่ลดต่ำลงเหมือนอดีต
2. สงครามเทคโนโลยีและกำแพงทรัพยากร (The Tech & Resource Iron Curtain) – โอกาสเกิด 50%
– ชิปและ AI คือนิวเคลียร์ยุคใหม่: สหรัฐฯ จะบีบให้พันธมิตร (รวมถึงไทย) ต้องเลือกว่าจะใช้ Technology Stack ของใคร ระหว่าง “US/NATO Standard” หรือ “China Standard” การถ่ายโอนข้อมูลข้ามค่ายจะทำได้ยากขึ้น
– สงครามแย่งชิงทรัพยากร: เมื่อเงินกระดาษเสื่อมมนต์ขลัง ประเทศมหาอำนาจจะไล่ล่าทรัพยากรจริง (Real Assets) เช่น แร่หายาก (Rare Earth), น้ำมัน, และพื้นที่ยุทธศาสตร์ (เช่น เส้นทางเดินเรือ) การลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) จะปลอดภัยกว่าการถือเงินสด หากสหรัฐฯ ไม่สามารถหยุดการพิมพ์เงิน หรือแก้ปัญหาหนี้ได้
– ดอลลาร์เสื่อมค่ารุนแรง: ไม่ใช่การล่มสลาย แต่เป็นการด้อยค่าลงเมื่อเทียบกับทองคำและสินทรัพย์จริง (Stagflation แบบรุนแรง)
– การเกิดใหม่ของสกุลเงินอ้างอิง: อาจมีการผลักดันระบบ Petroyuan (ซื้อน้ำมันด้วยหยวน) หรือ Gold-backed token ของกลุ่ม BRICS ขึ้นมาท้าทายอย่างจริงจัง ซึ่งจะทำให้ตลาดการเงินโลกผันผวนหนักที่สุดในรอบศตวรรษ
💡 คำแนะนำสำหรับ “คนไทย” ในทิศทางลมนี้ ในฐานะประเทศขนาดกลางที่ต้องพึ่งพาทั้งสองขั้ว เราอยู่ในจุดที่ต้องระวังตัวที่สุด
1) อย่าวางใจในสกุลเงินเดียว: การมีรายได้หรือทรัพย์สินผูกติดกับ “ดอลลาร์” หรือ “บาท” เพียงอย่างเดียวมีความเสี่ยง ทองคำไม่ใช่เครื่องประดับ แต่คือ “ประกันภัย” ที่จำเป็น
2) หนี้สินคือโซ่ตรวน: ในภาวะที่ดอกเบี้ยโลกมีแนวโน้มสูงยาวนาน (High for Longer) เพื่อสู้เงินเฟ้อ การมีหนี้สูงคือความเสี่ยงอันดับหนึ่ง
3) ติดตามราคาน้ำมันและทองคำ: สองสิ่งนี้คือดัชนีชี้วัดความขัดแย้งที่แม่นยำกว่าข่าวหุ้น หากสองสิ่งนี้พุ่งขึ้นพร้อมกัน แปลว่า “ความเชื่อมั่นในระบบกระดาษ” กำลังลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
สรุป: ทิศทางลมเปลี่ยนจาก “การแสวงหากำไรสูงสุด” (Efficiency) ไปสู่ “การแสวงหาความปลอดภัยสูงสุด” (Security) การจัดพอร์ตชีวิตและการเงินของคุณ จึงควรยึดหลัก “ความอยู่รอดมาก่อนความร่ำรวย” ครับ
ที่มา น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์ ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา
………………………………………………………………………………………………………………………………..



เรื่องน่าอ่าน
จัดอันดับผู้ครอบครองทองมากที่สุดในโลก
เมื่อโลกใบเดิมหยุดหมุน และ “ความฉลาดไร้ขีดจำกัด” คืออากาศใหม่ที่เราต้องหายใจ /โดย ดร.Force_Jirawat
เมื่อพญาอินทรีปะทะมังกร-หมี : “ไผ่ลู่ลม” ของไทยจะต้านทานพายุลูกใหม่ได้อย่างไร? /โดย ดร.Force
สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยจังหวัดนนทบุรีร่วมงานแถลงข่าวจัดงาน “Best & Green Of Non 2026” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น หนุน SME สู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน
โลกไม่ได้กำลังจะถล่ม แต่กำลัง “ถ่ายเลือด” : เมื่อความเชื่อมั่นมีราคาแพงกว่าดอลลาร์ โดย: ดร.Force
เปิดตัวคอนเสิร์ตแรกแห่งปี “ELVIS IN LOVE” ต้อนรับเทศกาลแห่งความรัก รวมบทเพลงรักของเอลวิส เพรสลีย์ ราชาเพลงร็อคแอนด์โรล
เมื่อกติกาโลกเสื่อมความศักดิ์สิทธิ์ : สู่ยุคสมัยแห่งการจัดระเบียบความเชื่อมั่นใหม่ (The Great Trust Reset) โดย: ดร.Force
“ประชาธิปัตย์” ถือฤกษ์ 27 ม.ค. เปิด 27 ผลงาน จาก “ผู้กอบกู้วิกฤตชาติ สู่ ผู้พัฒนาศักยภาพประเทศ”