เมื่อกติกาโลกเสื่อมความศักดิ์สิทธิ์ : สู่ยุคสมัยแห่งการจัดระเบียบความเชื่อมั่นใหม่ (The Great Trust Reset) โดย: ดร.Force

1924833

     ในขณะที่โลกถูกถาโถมด้วยกระแสข่าวรายวัน—ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หรือตัวเลขเศรษฐกิจที่ผันผวน—กับดักทางความคิดที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้นำองค์กรและนักลงทุน คือการมองปรากฏการณ์เหล่านี้ว่าเป็นเพียง “ความผันผวนชั่วคราว” (Transient Volatility) ที่รอวันกลับสู่ภาวะปกติ

             ทว่า หากพิจารณาปัจจัยพื้นฐานเชิงโครงสร้าง เราจะพบความจริงที่น่ากังวลกว่านั้น โลกไม่ได้กำลังเผชิญกับคลื่นลมที่พัดผ่าน แต่กำลังเผชิญกับ “การพังทลายของฉันทามติเดิม” (The Erosion of Old Consensus) ที่เคยค้ำจุนระเบียบโลกมาตลอด 30 ปีหลังสงครามเย็น เราไม่ได้กำลังอยู่ในยุคที่ข่าวทำให้โลกปั่นป่วน แต่เราอยู่ในยุคที่ “กติกาเดิมกำลังหมดความศักดิ์สิทธิ์”

              1. จาก “ระบบเดียว” สู่ “ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง” (From Unipolarity to Systemic Risk) ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา โลกดำเนินไปภายใต้สมมติฐานหลักชุดเดียว “สหรัฐอเมริกาคือศูนย์กลาง, ดอลลาร์คือหลักประกันความมั่งคั่ง และพันธบัตรสหรัฐฯ คือหลุมหลบภัยที่ปลอดภัยที่สุด” กติกาเหล่านี้ถูกเชื่อว่าจะบังคับใช้อย่างเท่าเทียม แต่เมื่อภูมิรัฐศาสตร์ถูกนำมาใช้เป็นอาวุธ (Weaponization of Interdependence) ผ่านมาตรการต่างๆ เช่น

                 – การใช้ภาษีศุลกากรเป็นเครื่องมือลงโทษทางการเมือง
                 – การตัดขาดจากระบบการเงิน (Financial Sanctions)
                 – การอายัดทุนสำรองระหว่างประเทศ
               ประชาคมโลกจึงเกิดการตื่นรู้ (Awakening) ว่า “การพึ่งพาระบบเดียวมากเกินไป คือความเสี่ยงสูงสุด” ความเชื่อใจแบบไร้เงื่อนไขที่เคยมีต่อระบบดอลลาร์ จึงถูกแทนที่ด้วย “การป้องกันตัวเชิงระบบ” (Systemic Self-Defense)

               2. ถอดรหัสปรากฏการณ์ “Sell America” : ไม่ใช่ความตื่นตระหนก แต่คือการจัดสรรทรัพยากรใหม่ (Rational Reallocation)  คำว่า “Sell America” ในบริบทนี้ ไม่ควรถูกตีความอย่างตื้นเขินว่าเป็นการเทขายสินทรัพย์แบบหนีตาย (Panic Sell) แต่ในทางเศรษฐศาสตร์การเมือง มันคือกระบวนการ “ลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัว” (De-risking)
เงินทุนทั่วโลกไม่ได้กำลัง “หนี” แต่กำลัง “เลือกที่อยู่ใหม่” อย่างมียุทธศาสตร์

                 – การลดสัดส่วนการถือครอง (rebalancing): ธนาคารกลางและกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ เริ่มลดน้ำหนักการถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกบีบบังคับทางนโยบาย
                 – การแสวงหาความเป็นกลาง (Neutral Assets): เงินทุนไหลเข้าสู่ “ทองคำ” และ “สินทรัพย์จริง” (Real Assets) ไม่ใช่เพื่อเก็งกำไร แต่เพราะสินทรัพย์เหล่านี้ไม่มี “ความเสี่ยงจากคู่สัญญา” (Counterparty Risk) และไม่อยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของรัฐใดรัฐหนึ่ง นี่คือสัญญาณที่บ่งบอกว่า “ความเชื่อมั่น” (Trust) กำลังมีราคาแพงกว่า “ผลตอบแทน” (Yield)

1924832 scaled

             3. โลกสามขั้ว (The Tri-Polar World): ภูมิทัศน์ใหม่ที่ซับซ้อนกว่าสงครามเย็น เราไม่ได้กำลังก้าวเข้าสู่สงครามเย็นยุคใหม่ที่แบ่งเป็นเพียง “โลกเสรี” ปะทะ “คอมมิวนิสต์” เหมือนในอดีต แต่โครงสร้างอำนาจโลกกำลังแตกตัวเป็น 3 กลุ่มยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน

                   – ขั้วอำนาจเดิม (The Incumbents): นำโดยสหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตก (G7/NATO) ซึ่งยังคงกุมอำนาจทางเทคโนโลยี นวัตกรรมขั้นสูง และโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินหลักของโลก
                   – ขั้วท้าทายระบบ (The Challengers): นำโดยจีน รัสเซีย และกลุ่ม BRICS+ ที่ต้องการสร้างระเบียบโลกใหม่ (New World Order) พยายามสร้างระบบคู่ขนานทั้งด้านพลังงาน การชำระเงิน และห่วงโซ่อุปทาน เพื่อลดอำนาจต่อรองของตะวันตก
                   – ขั้วเป็นกลางเชิงยุทธศาสตร์ (The Strategic Neutrals): กลุ่มประเทศที่ “ไม่เลือกข้าง” อย่างถาวร แต่เลือกผลประโยชน์ตามสถานการณ์ (Transactional) ได้แก่ อาเซียน, อินเดีย, ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา

                    นัยสำคัญ: กลุ่ม “Strategic Neutrals” นี้เองที่กำลังกลายเป็น “พื้นที่แย่งชิง” ของทุนโลก เพราะเป็นกลุ่มที่เน้นความยืดหยุ่นและการเติบโตทางเศรษฐกิจ มากกว่าอุดมการณ์

              4. ฉากทัศน์อนาคต: ความปกติใหม่ที่คุณต้องเตรียมรับมือ (The New Normal Scenarios) จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างดังกล่าว เราสามารถคาดการณ์ทิศทางเศรษฐกิจและการเมืองโลกได้ดังนี้

                    – ต้นทุนของเงินจะสูงขึ้นถาวร (Higher Cost of Capital): ยุคดอกเบี้ยต่ำติดดินได้จบลงแล้ว เพราะเมื่อความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างประเทศลดลง “เบี้ยประกันความเสี่ยง” (Risk Premium) จะถูกบวกเข้าไปในต้นทุนทางการเงิน ดอกเบี้ยระยะยาวจึงยากที่จะกลับไปต่ำเตี้ยเหมือนทศวรรษที่ผ่านมา
                   – ความผันผวนคือเสถียรภาพใหม่: ตลาดการเงินจะอ่อนไหวต่อข่าวสาร   ภูมิรัฐศาสตร์มากกว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจเดิม (Geopolitics over Economics)
– ทองคำคือมาตรวัดความไม่ไว้วางใจ: ราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้น จะไม่ได้สะท้อนเพียงภาวะเงินเฟ้อ แต่จะเป็นดัชนีชี้วัด “ระดับความไม่ไว้วางใจในระบบดอลลาร์” ของโลก

              บทสรุป

              ยุทธศาสตร์เพื่อความอยู่รอด โลกในขณะนี้ไม่ได้กำลังพังทลาย แต่กำลังอยู่ในกระบวนการ “ถ่ายโอนเจ้าของความเชื่อมั่น” (Transfer of Trust) จากขั้วอำนาจเดียวไปสู่หลายขั้ว สำหรับผู้กำหนดนโยบาย ภาคธุรกิจ และนักลงทุน บทเรียนสำคัญที่สุดคือ…
“เลิกมองโลกด้วยแว่นตาอันเดิม”  ในพายุแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ ผู้ที่อยู่รอดไม่ใช่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด หรือผู้ที่วิ่งเร็วที่สุด แต่คือผู้ที่ “รักษาสมดุลได้ดีที่สุด” (Master of Balance)
                1) ประเทศที่ฉลาด จะวางตัวเป็นกลางเพื่อดึงดูดทุนจากทุกฝ่าย
                2) ธุรกิจที่ยั่งยืน จะกระจายห่วงโซ่อุปทานเพื่อลดความเสี่ยง
                3) นักลงทุนที่ชาญฉลาด จะไม่เดิมพันกับสกุลเงินใดสกุลเงินหนึ่งเพียงอย่างเดียว

               เพราะในโลกที่กติกาเดิมหมดความศักดิ์สิทธิ์ “การอ่านทิศทางลมให้ขาด สำคัญกว่าการกางใบเรือให้กว้าง” นี่คือยุคสมัยที่ความยืดหยุ่น (Resilience) มีค่ามากกว่าประสิทธิภาพ (Efficiency) อย่างแท้จริง By Dr.Force

1924831 scaled

              ภาพประกอบ:
               ภาพที่ 1: การเสื่อมสลายของระเบียบโลกเก่า (The Erosion of the Old Order) ภาพนี้สื่อถึงใจความสำคัญของบทความที่ว่า “กติกาเดิมกำลังหมดความศักดิ์สิทธิ์” โดยแสดงให้เห็นสัญลักษณ์ของอำนาจดอลลาร์ที่เคยยิ่งใหญ่และมั่นคงดั่งหินผา กำลังแตกร้าวและพังทลายลง ซึ่งเป็นผลจากการที่ความเชื่อมั่นถูกกัดเซาะ การพังทลายนี้เปิดทางให้สิ่งใหม่ๆ (เช่น ทองคำ, โลกหลายขั้ว) ได้ปรากฏขึ้น

              ภาพที่ 2: ภูมิทัศน์ใหม่แห่งโลกสามขั้ว (The New Tri-Polar Landscape)  ​ภาพนี้แสดงให้เห็นโครงสร้างอำนาจโลกใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้น แทนที่จะเป็นโลกขั้วเดียวแบบเดิม เราเห็นการแบ่งกลุ่มออกเป็น 3 ขั้วอำนาจหลัก ได้แก่ ขั้วตะวันตก (สหรัฐฯ/ยุโรป), ขั้วท้าทาย (จีน/รัสเซีย) และขั้วที่เป็นกลางเชิงยุทธศาสตร์ (อาเซียน, อินเดีย ฯลฯ) ซึ่งมีการเชื่อมโยงและปฏิสัมพันธ์กันอย่างซับซ้อน

               ภาพที่ 3: การเคลื่อนย้ายความเชื่อมั่นสู่สินทรัพย์จริง (The Shift to Real Assets) ภาพนี้สื่อถึงปรากฏการณ์ “Sell America” หรือการจัดสรรทรัพยากรใหม่ โดยใช้ตราชั่งเป็นสัญลักษณ์เปรียบเทียบน้ำหนักความน่าเชื่อถือ แสดงให้เห็นว่า “สินทรัพย์กระดาษ” (เช่น ดอลลาร์ พันธบัตร) กำลังมีน้ำหนักเบาลง และลอยขึ้น ในขณะที่ “สินทรัพย์จริง” (เช่น ทองคำ สินค้าโภคภัณฑ์) กลับมีน้ำหนักมากขึ้น สะท้อนถึงการที่โลกกำลังแสวงหาความปลอดภัยและความเป็นกลาง

1924830 scaled

 

ที่มา : น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์  ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา

………………………………………………………………………………………………………………………………..

เรื่องน่าอ่าน