จัดอันดับผู้ครอบครองทองมากที่สุดในโลก

1926213

   10 อันดับประเทศ “ตุนทองคำมากที่สุดในโลก ปี 2026”

               ราคาทองคำในตลาดโลกปี 2026 ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างร้อนแรง จนแตะระดับกว่า 5,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์สำรองของหลายประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ล่าสุดมีการเปิดเผยข้อมูลทุนสำรองทองคำอย่างเป็นทางการของธนาคารกลางทั่วโลก อัปเดตล่าสุดปี 2026

              อ้างอิงข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือระดับโลกอย่าง Trading Economics และ World Gold Council (ข้อมูลอัปเดตล่าสุด) ระบุตรงกันว่าประเทศมหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกา ยังคงเป็นเบอร์หนึ่งที่ครอบครองทองคำมากที่สุดในโลก เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและใช้เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อที่ผันผวน

อันดับ ประเทศ ปริมาณทองคำ (ตัน) มูลค่าประมาณ (พันล้าน USD)*
1 สหรัฐอเมริกา 8,133 1,453
2 เยอรมนี 3,350 598
3 อิตาลี 2,452 438
4 ฝรั่งเศส 2,437 435
5 รัสเซีย 2,330 416
6 จีน 2,304 412
7 สวิตเซอร์แลนด์ 1,040 186
8 อินเดีย 880 157
9 ญี่ปุ่น 846 151
10 ตุรกี 641 115

              ทองแพงทำให้ใคร “รวย” ที่สุด?  การที่ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นจากระดับ 3,000 ดอลลาร์ สู่กว่า 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในปี 2026 ส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์สำรองระหว่างประเทศ (International Reserves) ของประเทศผู้ถือครองทองคำเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดย ผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดคือ “สหรัฐอเมริกา”

              เนื่องจากสหรัฐฯ ครอบครองทองคำมากถึง 8,133 ตัน คิดเป็นมูลค่าปัจจุบันกว่า 1.45 ล้านล้านดอลลาร์ และที่น่าสนใจคือสหรัฐฯ ถือครองทองคำเป็นสัดส่วนสูงถึงประมาณ 80% ของทุนสำรองทั้งหมด การที่ราคาทองปรับตัวขึ้นจึงช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและเพิ่มอำนาจการเจรจาระหว่างประเทศให้กับสหรัฐฯ โดยตรง

               ในขณะที่ประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม Top 5 อย่าง เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศส และรัสเซีย ก็ได้รับอานิสงส์เช่นกัน โดยเฉพาะรัสเซียและจีนที่เร่งสะสมทองคำในช่วงที่ผ่านมาเพื่อลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ (De-dollarization) มูลค่าทองคำที่เพิ่มขึ้นจึงช่วยให้ทุนสำรองของประเทศเหล่านี้เติบโตอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ความมั่งคั่งนี้เป็นเพียงมูลค่าทางบัญชีของสินทรัพย์สำรอง ซึ่งประเทศต่างๆ มักจะไม่นำออกมาขายหากไม่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงจริงๆ

 

ที่มา SocialeyesThailand  ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา

————————————————————————————————————

เรื่องน่าอ่าน