เมื่อโลกใบเดิมหยุดหมุน และ “ความฉลาดไร้ขีดจำกัด” คืออากาศใหม่ที่เราต้องหายใจ /โดย ดร.Force_Jirawat

1926597

     จากข้อมูลการประชุมงาน World Economic Forum (WEF) หรือ Davos 2026 ทำให้นักธุรกิจและประชาชนทั่วไปได้เข้าใจกระแสความเปลี่ยนแปลงที่กำลังถาโถมเข้ามา โดยเฉพาะในมิติของเทคโนโลยีและทิศทางที่โลกกำลังจะหมุนไป 

              หากเรายังใช้ชีวิตด้วยความเชื่อเดิมว่า “เดี๋ยวเศรษฐกิจก็ดีขึ้น” หรือ “เทคโนโลยีเป็นเรื่องไกลตัว” บทสรุปจากการประชุม World Economic Forum (WEF) หรือ Davos 2026 ในปีนี้ คือสัญญาณเตือนภัยไซเรนระดับสูงสุดที่กำลังบอกเราว่า “โลกใบเดิมที่คุณรู้จัก ได้ล่มสลายลงไปแล้ว” ภายใต้ฉากหน้าที่สวยหรูของธีมงาน “Spirit of Dialogue” (จิตวิญญาณแห่งการเจรจา) ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในห้องประชุมระดับโลกกลับเต็มไปด้วย “ความเดือด” และ “ความคาดเดาไม่ได้” (Unpredictable) โดยเฉพาะการกลับมาของอิทธิพลทางการเมืองแบบ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำให้ระเบียบโลกเก่าพังทลาย สิ่งที่ประชาชนคนไทยต้องรู้ ไม่ใช่แค่เรื่องของมหาเศรษฐีคุยกัน แต่คือพายุแห่งการเปลี่ยนแปลง 3 ลูกใหญ่ที่กำลังจะพัดถล่มหน้าบ้านของเราทุกคนครับ

             1. AI Realism: จบยุค “ลองเล่น” เข้าสู่ยุค “ของจริง”  ปีที่ผ่านมา เราอาจจะตื่นเต้นกับการสั่งให้ AI วาดรูป หรือเขียนบทความเล่นๆ แต่ Davos 2026 ประกาศชัดเจนว่า “ช่วงเวลาฮันนีมูนจบลงแล้ว” เรากำลังเข้าสู่ยุค AI Realism

                 – ความหมายต่อประชาชน…AI จะไม่ใช่แค่แอปพลิเคชันในมือถืออีกต่อไป แต่มันจะถูกฝังอยู่ใน “ท่อประปาทางธุรกิจ” ทุกเส้น Satya Nadella ซีอีโอของ Microsoft นิยามคำว่า “Infinite Intelligence” (ความฉลาดไร้ขีดจำกัด) นั่นหมายความว่า ต่อไปนี้ความฉลาดทางปัญญาจะกลายเป็นสาธารณูปโภคเหมือนไฟฟ้าหรือประปา ที่เข้าถึงได้ง่ายและมีอยู่ไม่จำกัด

                   ตัวอย่าง  ในอดีต คุณต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญการตลาด จ้างกราฟิก จ้างคนวิเคราะห์ข้อมูล แต่ในโลกยุค Infinite Intelligence ต้นทุนเหล่านี้จะถูกกดให้ต่ำลงจนเกือบเป็นศูนย์ด้วย AI คำถามคือ ถ้าความฉลาดหาได้ง่ายขนาดนั้น “คุณค่าตัวของคุณจะอยู่ที่ตรงไหน?”

               2. กับดักทรัพยากร: เมื่อโลกดิจิทัล กำลัง “หิวกระหาย” โลกกายภาพ  ประเด็นนี้คือเรื่องใหม่และน่ากลัวที่สุดที่ประชุม Davos หยิบยกขึ้นมา คือ “Resource Bankruptcy” (ภาวะล้มละลายทางทรัพยากร)  เรามักคิดว่าโลกดิจิทัลคือ “Cloud” ที่ล่องลอยอยู่บนฟ้า แต่ความจริงคือ Data Center และ AI โมเดลยักษ์ใหญ่ “กินไฟ” และ “กินน้ำ” (สำหรับระบบหล่อเย็น) ในปริมาณมหาศาล

                     – ผลกระทบ  สงครามในอนาคตอาจไม่ใช่แค่การแย่งชิงชิปคอมพิวเตอร์ แต่คือการแย่งชิง “น้ำ” และ “ไฟฟ้า” ประชาชนอาจต้องเจอกับค่าไฟที่พุ่งสูงขึ้น หรือภาวะขาดแคลนน้ำ เพราะทรัพยากรถูกดึงไปใช้หล่อเลี้ยงสมองกลเหล่านี้   สิ่งที่ต้องตระหนัก…การใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบไม่ใช่แค่เรื่องจริยธรรม แต่เป็นเรื่องความอยู่รอด เราอาจเห็นกฎระเบียบใหม่ๆ ที่จำกัดการใช้พลังงานของ AI และประเทศที่มีทรัพยากรเหล่านี้มั่นคง (Energy & Water Security) เท่านั้นที่จะเป็นผู้ชนะ

               3. Human Over the Loop: มนุษย์ต้องอยู่ “เหนือ” ไม่ใช่แค่ “ร่วม”  เราเคยได้ยินคำว่า “Human in the Loop” (มนุษย์ทำงานร่วมกับระบบ) แต่ในปี 2026 แนวคิดนี้ “ล้าสมัย” ไปแล้ว ทิศทางใหม่คือ “Human Over the Loop”

                    – เปลี่ยนบทบาท… คุณต้องเลิกเป็น “คนงาน” ที่แข่งทำงานกับ AI แต่ต้องผันตัวมาเป็น “วาทยากร” (Conductor) ผู้คอยควบคุมวงดนตรี  ไม่ใช่ คนที่นั่งเขียนอีเมลแข่งกับ ChatGPT หรือ Gemini หรือ AI ตัวอื่นๆ แต่ต้องเป็น คนที่สั่งงาน AI Agent หลายๆ ตัวให้ทำงานประสานกัน (Orchestration) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ธุรกิจที่ดีที่สุด

                    – ทักษะที่ต้องมี… ไม่ใช่ความรู้ที่ท่องจำ (Knowledge) แต่คือ “Velocity of Learning” (อัตราเร่งในการเรียนรู้) ใครที่ “เรียนรู้ – ทดลอง – ล้มเหลว – ปรับปรุง” ได้เร็วกว่า โดยใช้ AI เป็นเครื่องทุ่นแรง คนนั้นคือผู้รอดชีวิตในยุคนี้

              บทสรุป

              ความหวังท่ามกลางพายุ… แม้ภาพที่ฉายออกมาจะดูน่ากลัว ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่รุนแรงขึ้น แต่บทเรียนสำคัญจาก Davos 2026 ไม่ใช่ให้เรา “ตื่นตูม” แต่ให้เรา “ตื่นรู้”

              เหมือนที่คำพูดของ Elon Musk มาทิ้งท้ายว่า “Be Optimistic” หรือ “จงมองโลกในแง่ดี เพราะการมองโลกในแง่ร้ายไม่ได้ช่วยสร้างอนาคต ในวิกฤตที่ระเบียบโลกเก่าพังทลาย คือโอกาสมหาศาลสำหรับคนที่ปรับตัวได้เร็ว”

              #คำแนะนำสำหรับทุกคน  อย่าปิดกั้นตัวเองจากเทคโนโลยี อย่ากลัวที่จะถูกแย่งงาน แต่จงกลัวที่จะ “เรียนรู้ช้ากว่าการเปลี่ยนแปลง” สร้าง Infinite Employability (ความสามารถในการถูกจ้างงานที่ไม่สิ้นสุด) ให้กับตัวเอง ด้วยการขี่อยู่บนหลังเสืออย่าง AI ไม่ใช่วิ่งหนีมัน โลกปี 2026 ไม่ได้ต้องการคนที่ “เก่งที่สุด” แต่ต้องการคนที่ “ปรับตัวได้ไวที่สุด” และพร้อมที่จะเป็น “มนุษย์ที่อยู่เหนือระบบ” อย่างแท้จริง

1926595 scaled

————///———–

             อธิบายภาพประกอบ

              รูปภาพนี้ถูกออกแบบโดยใช้แนวคิด “Visual Metaphor” (อุปมาอุปไมยทางภาพ) เพื่อแปลงเนื้อหาบทความให้ออกมาเป็นภาพเดียวที่เล่าเรื่องราวได้ครบถ้วน โดยมีรายละเอียดและนัยยะแฝงดังนี้ครับ

              1. โลกที่กำลังแตกออก (The Fractured Old World)  สิ่งที่เห็น: ลูกโลกทางฝั่งซ้ายที่มีรอยร้าวและเห็นฟันเฟืองจักรกลด้านใน

                  ความหมาย: สื่อถึงประเด็น “ระเบียบโลกเก่าที่กำลังพังทลาย” (Fragmentation of Global Order) ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอน (Uncertainty) ที่ทำให้กลไกเดิมๆ ของโลกเริ่มติดขัด
                  นัยยะแฝง: ฟันเฟืองที่ดูเก่า สื่อถึงยุคอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่กำลังถูกแทนที่ และรอยแตกยังสื่อถึง “วิกฤตทรัพยากร” (Resource Bankruptcy) ที่โลกกายภาพกำลังรับภาระหนักจากการพัฒนาเทคโนโลยี

               2. เครือข่ายสมองกลและเมืองแห่งอนาคต (Infinite Intelligence)
                    สิ่งที่เห็น: สมองเรืองแสงที่เชื่อมต่อกันเป็นเครือข่าย และเมืองที่ดูทันสมัยทางฝั่งขวา
                    ความหมาย: สื่อถึง “Infinite Intelligence” หรือความฉลาดไร้ขีดจำกัดที่กลายเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน (เหมือนไฟฟ้า/ประปา) ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจยุคใหม่ (AI Realism)
                    นัยยะแฝง: การที่สมองกลลอยอยู่เหนือเมือง สื่อว่า AI จะแทรกซึมอยู่ในทุกอณูของธุรกิจและการใช้ชีวิต ไม่ใช่แค่โปรแกรมในคอมพิวเตอร์อีกต่อไป

               3. วาทยากรผู้ควบคุมวง (Human Over the Loop) สำคัญที่สุด
                    สิ่งที่เห็น: มนุษย์ยืนอยู่บนแท่น และทำท่าทางเหมือนวาทยากร (Conductor) กำลังควบคุมหุ่นยนต์หรือ AI Agent หลายตัว
                    ความหมาย: นี่คือหัวใจสำคัญของบทสรุป คือมนุษย์ต้องเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ทำงาน” (Worker) มาเป็น “ผู้ควบคุม” (Orchestrator) หรือ “Human Over the Loop”
                    นัยยะแฝง: มนุษย์ไม่ได้ถูก AI แทนที่จนหายไป แต่ยืนอยู่ในตำแหน่งที่ “สูงกว่า” คอยสั่งการให้ AI หลายๆ ตัว (Multi-agent) ทำงานประสานกันเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

               4. ข้อความกำกับ (Text Elements)
                     WEF & Davos 2026: ระบุบริบทของเหตุการณ์และแหล่งที่มาขององค์ความรู้
                     Keywords (AI Realism, Infinite Intelligence): เป็นคำสำคัญเพื่อให้ผู้ชมจดจำประเด็นหลักที่ต้องตระหนักรู้ได้ทันที

              สรุปโดยรวม

              ภาพนี้ต้องการสื่อสารว่า “ท่ามกลางโลกเก่าที่กำลังแตกสลาย (ซ้าย) เราจะอยู่รอดได้ด้วยการก้าวไปสู่โลกใหม่ (ขวา) ในฐานะวาทยากรผู้ควบคุมเทคโนโลยี (กลาง) ไม่ใช่ผู้ถูกเทคโนโลยีควบคุม” 

 

ที่มา น.อ.ดร.จิระวัฒน์ อภิภัทรชัยวงศ์  ผู้ลงข่าวโดย พิสิษฐ์ จิตอาสา

………………………………………………………………………………………………………………………………..

เรื่องน่าอ่าน